มาร่วมค้นพบว่า จังหวัดระยองกําลังพัฒนาไปสู่ศูนย์กลางไฮเทคของการปฏิวัติอิเล็กทรอนิกส์ ที่เฟื่องฟูของประเทศไทยได้อย่างไร!
การพัฒนาในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ทำให้จังหวัดระยองเปลี่ยนจากเมืองอุตสาห กรรมดั้งเดิมไปสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีของภูมิภาค ด้วยโครงสร้าง พื้นฐานที่ทันสมัย การลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยี และการพัฒนาแรงงานทักษะสูง ระยองจึง เริ่มมีบทบาทในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีระดับโลกพร้อมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และนวัตกรรมให้ประเทศไทยในอนาคต
ถ้าย้อนกลับไปเมื่อสิบปีก่อน เวลาใครพูดถึงระยอง หลายคนคิดถึงทะเลสวย ๆ เกาะเสม็ด ทุเรียน หรือ ไม่ก็ภาพของนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีโรงงานอยู่เต็มพื้นที่ แต่วันนี้ระยองกำลัง ถูกพูดถึงในอีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจมากกว่าเดิม มันกำลังการกลายเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรม เทคโนโลยีของประเทศไทยนั่นเอง เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะโชคช่วย แต่มันเป็นส่วนหนึ่ง ของยุทธศาสตร์ระดับประเทศ Eastern Economic Corridor หรือ ที่หลายคนเรียกสั้น ๆ ว่า EEC แผนพัฒนาเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมพื้นที่สามจังหวัดหลัก นั่นคือ ระยอง ชลบุรี และ ฉะเชิงเทรา เป้าหมาย ของรัฐบาลคือ การเปลี่ยนพื้นที่นี้ให้กลายเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรม เทคโนโลยีขั้นสูงของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวคือ จากพื้นที่โรงงานแบบเดิม ๆ กลายเป็นพื้นที่ ที่มีทั้งเทคโนโลยี นวัตกรรม การวิจัย และการผลิตขั้นสูงอยู่ด้วยกันนั่นเอง และในบรรดา อุตสาหกรรมที่ถูกผลักดันอย่างจริงจัง คือ อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ซึ่งตอบโจทย์โลกยุคใหม่ ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย
หากมองจากมุมของคนทั่วไป เราอาจจะสงสัยว่า ประเทศไทยมีตั้งหลายจังหวัด แล้วทำไม พื้นที่สำคัญของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีถึงมาอยู่ที่ระยอง นั่นก็เพราะทำเลของระยองมันดีมาก นั่นเอง ระยองอยู่ใกล้กับท่าเรืออุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศ อย่างท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตา พุด ซึ่งเป็นหนึ่งในท่าเรืออุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดของไทย แถมยังเชื่อมต่อกับท่าเรือแหลม ฉบัง ซึ่งเป็นท่าเรือคอนเทนเนอร์หลักของประเทศ สำหรับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะวัตถุดิบจำนวนมากต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น พวกแผ่นซิลิคอน ที่ใช้ผลิตชิป หรือ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เฉพาะทาง และเมื่อผลิตสินค้าเสร็จแล้ว ก็ต้องส่งออก ไปขายตลาดทั่วโลก เพราะอย่างนั้น การมีท่าเรือขนาดใหญ่ใกล้พื้นที่การผลิตจะช่วยให้การขนส่ง รวดเร็วขึ้น ลดต้นทุน และทำให้การแข่งขันในตลาดโลกง่ายขึ้นอีกด้วย
นอกจากนี้ระยองยังอยู่ใกล้กับสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา ซึ่งกำลังถูกพัฒนาให้เป็นศูนย์ กลางการบินแห่งใหม่ของประเทศ ให้เพื่อนๆ ลองนึกภาพว่า ถ้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ถูกผลิต ในระยอง วันนี้มันอาจถูกส่งไปประกอบเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ญี่ปุ่นในสัปดาห์หน้า หรือ ถูกนำไปใช้ใน ศูนย์ข้อมูลที่ยุโรปได้เลยในเวลาไม่นาน นั่นคือพลังของการตั้งอยู่ในตำแหน่งที่เชื่อมต่อกับโลก ได้ง่ายนั่นเอง
ข้างในโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กๆ ในมือเพื่อนๆ นี้มีชิปอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก ที่คอยทำหน้าที่ต่างกันไป บางตัวทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูล บ้างควบคุมการสื่อสาร ชิปพวกนี้เรียกว่า เซมิคอนดักเตอร์ ทำหน้าที่เป็นเหมือนสมองของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด โดยสิ่งที่น่าสนใจคือ โลกกำลังต้องการเซมิคอนดักเตอร์มากขึ้นเรื่อย ๆ ยกตัวอย่าง การผลิตรถ ยนต์ไฟฟ้า เพราะในรถยนต์ที่ใช้น้ำมันแบบเดิมอาจใช้ชิปเพียงไม่กี่สิบตัว แต่รถยนต์ไฟฟ้าสมัยใหม่ ต้องใช้ชิปมากกว่าหลายร้อยตัว เพราะต้องควบคุมทั้งระบบแบตเตอรี่ ระบบเซ็นเซอร์ กล้อง ระบบนำทาง และระบบช่วยขับขี่ ในการผลิต IA ก็เหมือนกัน ศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ต้องใช้ชิป ประสิทธิภาพสูงจำนวนมหาศาลในการประมวลผลข้อมูล ทำให้การผลิตอิเล็กทรอนิกส์ กลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สำคัญที่สุดของเศรษฐกิจโลก หลายๆ ประเทศก็กำลังแข่งขันกัน อย่างหนักหน่วง เพื่อสร้างฐานการผลิตของตัวเอง และประเทศไทยของเราเองก็ไม่อยากพลาด โอกาสนี้ โดยเราเลือกระยองเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญที่ถูกเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทาน เทคโนโลยีระดับโลก
สำหรับโรงงานยุคใหม่นี้ ให้เพื่อนๆ ลบภาพจำโรงงานแบบเดิมออกไปได้เลย โรงงานที่มีคนงานยืนอยู่หน้าเครื่องจักรคอยประกอบชิ้นส่วนทั้งวัน ภาพนั้นกำลังจะเปลี่ยนไป จากเดิมมากโดยเจ้าโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ยุคใหม่นี้จะถูกเรียกว่า โรงงานอัจฉริยะ ในโรงงานนี้ เครื่องจักรจะเชื่อมต่อกันผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง มีเซ็นเซอร์จำนวนมากคอยเก็บ ข้อมูลการผลิตตลอดเวลา เช่น การคุมอุณหภูมิ ความเร็วการทำงานของเครื่องจักร หรือ คุณภาพของชิ้นงาน ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลแบบไหนก็จะถูกส่งไปยังระบบวิเคราะห์ข้อมูลทันที และถ้าระบบพบความผิดปกติ เช่น เครื่องจักรเริ่มสั่นมากเกินไป หรือ ชิ้นส่วนเริ่มมีคุณภาพต่ำ กว่ามาตรฐาน ระบบก็สามารถแจ้งเตือนทันที ระบบยังสามารถปรับการทำงานของเครื่องจักรได้เอง อัตโนมัติอีกด้วย ความล้ำสมัยพวกนี้เข้ามาช่วยให้โรงงานผลิตสินค้าได้แม่นยำขึ้น ลดของเสีย จากการผลิต และเพิ่มประสิทธิภาพของสายการผลิต ซึ่งตอนนี้หลายพื้นที่ในเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออกกำลังถูกออกแบบมาเพื่อรองรับโรงงานล้ำสมัย ซึ่งหมายความว่า ระยองกำลังค่อย ๆ เปลี่ยนจากเมืองโรงงานแบบดั้งเดิม ไปสู่เมืองที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่
อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมาก แต่คนไม่ค่อยได้พูดถึงคือ ทรัพยกรมนุษย์ ในอุตสาหกรรม อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงต้องการบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทางมากเช่น วิศวกรไมโครอิเล็กทรอนิกส์ นักออกแบบวงจรไฟฟ้า หรือ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบอัตโนมัติ เพราะฉะนั้นการพัฒนาเขตพัฒนา พิเศษภาคตะวันออกจะเน้นแต่การสร้างโรงงานอย่างเดียวไม่ได้ แต่ยังรวมถึงการพัฒนาทักษะ แรงงานด้วย ปัจจุบันเริ่มมีการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาหลายแห่ง เพื่อพัฒนา หลักสูตรใหม่ที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมนี้มากขึ้นเรื่อยๆ นักศึกษาบางคนอาจได้ฝึกงานกับบริษัท เทคโนโลยีระดับโลกตั้งแต่ยังเรียนอยู่ หรือ ได้ทำงานในศูนย์วิจัยที่อยู่ใกล้กับโรงงานจริง และเมื่อคนที่มีทักษะ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมมาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน สิ่งที่เกิดขึ้น ก็คือ ระบบนิเวศของนวัตกรรมอันทรงพลังหลายประเทศพยายามสร้าง
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้พื้นที่อุตสาหกรรมเติบโตได้เร็ว คือ การลงทุนจากต่างประเทศ นั่นเอง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลไทยก็ได้พยายามสร้างแรงจูงใจ เพื่อดึงดูดบริษัทเทคโนโลยี ระดับโลกให้เข้ามาลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกอยู่เรื่อยๆ เช่น ให้สิทธิประโยชน์ทาง ภาษี การอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน หรือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้รองรับอุตสาห กรรมเทคโนโลยีมากขึ้น เพราะเมื่อบริษัทขนาดใหญ่เริ่มเข้ามาตั้งโรงงาน บริษัทอื่น ๆ ในห่วงโซ่ อุปทานก็มักจะตามเข้ามาด้วยเช่น ถ้าเกิดมีบริษัทผลิตชิป หรือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตั้งโรงงาน บริษัทที่ผลิตชิ้นส่วนย่อย บริษัทโลจิสติกส์ หรือ บริษัทเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องก็อาจเลือก มาตั้งฐานการผลิตใกล้ๆ กัน เป็นการสร้างคลัสเตอร์อุตสาหกรรม หรือ การรวมตัวของธุรกิจที่อยู่ใน อุตสาหกรรมเดียวกันในพื้นที่เดียว เมื่อเกิดคลัสเตอร์แบบนี้เศรษฐกิจในพื้นที่ก็จะเติบโตเร็วขึ้น
ในอดีตหากอยากพัฒนาอุตสาหกรรมควรเน้นไปที่เรื่องการสร้างถนน ท่าเรือ หรือ ระบบไฟฟ้าเป็นหลัก แต่ในยุคปัจจุบันโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลกลายเป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน เพราะโรงงานอุตสาหกรรมสมัยใหม่ต้องใช้ระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ระบบคลาวด์ และ ระบบวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ในการควบคุมกระบวนการผลิต ข้อมูลจากเครื่องจักร สามารถถูกส่งไปวิเคราะห์ได้ทันที ทำให้ผู้จัดการโรงงานสามารถติดตามประสิทธิภาพ ของสายการผลิตแบบเรียลไทม์ บางโรงงานยังใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เพื่อคาดการณ์ ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นก่อนที่เครื่องจักรจะเสีย เพราะฉะนั้น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลใน พื้นที่อุตสาหกรรมจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้โรงงานสามารถพัฒนาไปสู่ระบบการผลิต อัจฉริยะได้ และนั่นคือ หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ที่น่าจับตามอง
พื้นที่ที่เคยเป็นเพียงฐานการผลิตอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิม อาจกลายเป็นศูนย์รวม ของโรงงานอัจฉริยะ ศูนย์วิจัย และบริษัทเทคโนโลยีจากทั่วโลกในอนาคตไม่ไกล และ การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงส่งผลต่อเศรษฐกิจของพื้นที่เท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญต่อการ ยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศไทยโดยรวมอีกด้วย แม้จะต้องเจอกับความท้าทาย หลายด้าน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม การพัฒนาทักษะแรงงาน และการแข่งขันระดับนานาชาติ แต่การพัฒนาระยองให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์จัดเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม และในอนาคต ระยองอาจ ไม่ได้เป็นแค่จังหวัดอุตสาหกรรมของประเทศอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นพื้นที่ที่สะท้อนให้เห็น ถึงทิศทางใหม่ของเศรษฐกิจไทยในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด