ค้นพบว่าตัวชี้วัดความสามารถในการควบคุมและความสามารถในการสังเกตทําให้การทดสอบวงจรเป็นเรื่องง่ายและมีประสิทธิภาพได้อย่างไร
ลองนึกภาพว่ามีรถยนต์ไฟฟ้าจอดที่ไว้โดยที่แบตเตอรี่ยังเต็มอยู่ แต่แทนที่จะจอดทิ้งไว้อย่างงั้น มันสามารถส่งไฟฟ้ากลับมาที่บ้านหรือแหล่งที่จ่ายไฟฟ้ามาได้ นี่แหละคือเทคโนโลยี V2G ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ “ผู้รับ” เพียงอย่างเดียวแต่สามารถเป็น “ผู้ให้” ได้อีกด้วย
V2G คืออะไร?
V2G ย่อมาจาก Vehicle-to-Grid เป็นเทคโนโลยีที่สามารถทำให้รถยนต์ไฟฟ้ารับและจ่ายไฟฟ้าได้จากระบบ โดยปกติแล้วไฟฟ้าจะวิ่่งได้เพียงแค่ทิศทางเดียวคือการรับ ดังนั้นการมีระบบนี้จะทำให้รถยนต์ไฟฟ้าเป็นแหล่งพลังงานได้ สมมติว่าถ้าในช่วงค่ำบ้านคุณใช้ไฟมากในช่วงนี้ คุณสามารถใช้ไฟฟ้าจากรถ EV มาทดแทนได้ อีกทั้งขนาดแบตเตอรี่ของโซลาร์ที่ติดบ้านทั่วไปถึง 6 เท่า
หลักการทำการของ V2G
ระบบ V2G จะใช้ 3 ส่วนประกอบหลักๆ คือ รถยนต์ไฟฟ้า เครื่องชาร์จแบบสองทิสทาง และโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะที่จะคอยช่วยจัดการพลังงานอัตโนมัติ เมื่อที่ชาร์จกับรถยนต์ไฟฟ้าถูกเชื่อมต่อกันจะแชร์ข้อมูลระหว่างกันและสามารถรับรู้ได้ว่าต้องการที่จะชาร์จแบตหรือจ่ายไฟฟ้าออกไป ลองคิดภาพว่าในช่วงที่ทุกคนกำลังเปิดแอร์พร้อมๆกันทั้งเมือง รถเราก็จะจ่ายไฟฟ้าออกไป จะทำให้ค่าไฟของเราลดลงแล้วเราก็ค่อยมาชารต์รถใหม่ในตอนที่ค่าไฟกลับมาถูกแล้วหลังช่วงพีค มันคือการซื้อถูกขายแพงนั่นเองและก็ถือว่าเป็นการลงทุนขนาดเล็กด้วยเช่นกัน
ประวัติความเป็นมาและตัวอย่างจริง
แนวคิดนี้ริเริ่มโดยศาสตราจารย์ Willett Kempton ในปี 2001 และ Nissan คือผู้นำตัวจริงในการนำไปใช้จริง
ประเภทของ V2G ที่ควรรู้
ประเภทของ V2G มี 5 รูปแบบได้แก่
ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้หัวข้อ Vehicle-Grid Integration (VGI)
อนาคตของค่ายรถที่กำลังจะมาถึง
ปัจจุบันมีค่ายรถหลายเจ้าที่จะนำเทคโนโลยีนี้เข้ามาในระบบรถยนต์ไฟฟ้าภายในปี 2026 ไม่ว่าจะเป็น Nissan LEAF, Ford F-150 Lightning, Kia EV6 และอื่นๆอีกมากมาย แม้แต่ Tesla ก็ยังนำระบบนี้เข้ามาแล้วใน Model 3 แต่ยังไม่ได้เปิดใช้งานเพราะยังไม่สมบูรณ์ Mitsubishi ถือเป็นผู้บุกเบิกในกลุ่มนี้มาหลายปีแล้ว และได้ถ่ายทอดความรู้ไปยัง Renault และ Nissan
ประโยชน์ของ V2G
เจ้าของรถสามารถประหยัดค่าไฟได้ถึง 50% ต่อปี จากการศึกษาของ Colorado Energy Office ประเมินว่ารถแต่ละคันที่เชื่อมต่อ V2G จะสร้างประโยชน์ให้ผู้ใช้ไฟฟ้าได้ถึง 600 ดอลลาร์ตลอดอายุการใช้งาน สำหรับระบบไฟฟ้าโดยรวมช่วยรักษาสมดุลและลดโอกาสไฟดับด้วย ในสหรัฐอเมริกามีรถไฟฟ้าประมาณ 2.1 ล้านคัน ซึ่งมันคือพลังงานไฟฟ้าที่สูงถึง 126 กิกะวัตต์-ชั่วโมงเมื่อนำมาใช้ใน V2G
ความท้าทายที่ยังต้องแก้
ถึงแม้ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพสูงแต่ว่าก็ยังมีอุปสรรคอยู่ในเรื่องของ ราคาเครื่องชาร์จแบบสองทิศทางที่แพง การชาร์จและปล่อยไฟบ่อยๆ อาจจะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมได้ไวขึ้น ยังไม่มีค่าตอบแทนที่ชัดเจนเพราะระบบ V2G ไม่ได้เหมือนกับโซลาร์หรือแบตเตอรี่สำรอง รวมถึงกฎหมายในแต่ละประเทศยังไม่ได้รองรับการเข้ามาของ V2G และการจัดการความเป็นส่วนตัวของข้อมูลในบริษัทไฟฟ้ากับผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ที่ต้องคำนึงถึง
อนาคตที่รถของคุณกลายเป็นโรงไฟฟ้า
V2G ไม่ได้เป็นแค่เทคโนโลยีสำหรับคนที่ใช่รถ EV เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวิถีที่โลกต้องผลิต สะสม และใช้พลังงาน รถยนต์จอดนิ่งอยู่ถึง 95% ของเวลาทั้งหมด V2G จะเปลี่ยนรถเหล่านั้นให้กลายเป็นโรงไฟฟ้าและเมื่อผู้ผลิตรถ บริษัทไฟฟ้า และรัฐบาลร่วมมือกันอย่างจริงจัง รถคันที่จอดอยู่หน้าบ้านคุณอาจกลายเป็นสินทรัพย์พลังงานที่ทรงคุณค่าที่สุดในบ้านก็เป็นได้