V2G คืออะไร? คู่มือง่ายๆ สู่อนาคตของพลังงาน

ค้นพบว่าตัวชี้วัดความสามารถในการควบคุมและความสามารถในการสังเกตทําให้การทดสอบวงจรเป็นเรื่องง่ายและมีประสิทธิภาพได้อย่างไร

V2G คืออะไร? คู่มือง่ายๆ สู่อนาคตของพลังงาน

ลองนึกภาพว่ามีรถยนต์ไฟฟ้าจอดที่ไว้โดยที่แบตเตอรี่ยังเต็มอยู่ แต่แทนที่จะจอดทิ้งไว้อย่างงั้น มันสามารถส่งไฟฟ้ากลับมาที่บ้านหรือแหล่งที่จ่ายไฟฟ้ามาได้ นี่แหละคือเทคโนโลยี V2G ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ “ผู้รับ” เพียงอย่างเดียวแต่สามารถเป็น “ผู้ให้” ได้อีกด้วย

V2G คืออะไร?

V2G ย่อมาจาก Vehicle-to-Grid เป็นเทคโนโลยีที่สามารถทำให้รถยนต์ไฟฟ้ารับและจ่ายไฟฟ้าได้จากระบบ โดยปกติแล้วไฟฟ้าจะวิ่่งได้เพียงแค่ทิศทางเดียวคือการรับ ดังนั้นการมีระบบนี้จะทำให้รถยนต์ไฟฟ้าเป็นแหล่งพลังงานได้ สมมติว่าถ้าในช่วงค่ำบ้านคุณใช้ไฟมากในช่วงนี้ คุณสามารถใช้ไฟฟ้าจากรถ EV มาทดแทนได้ อีกทั้งขนาดแบตเตอรี่ของโซลาร์ที่ติดบ้านทั่วไปถึง 6 เท่า

หลักการทำการของ V2G

ระบบ V2G จะใช้ 3 ส่วนประกอบหลักๆ คือ รถยนต์ไฟฟ้า เครื่องชาร์จแบบสองทิสทาง และโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะที่จะคอยช่วยจัดการพลังงานอัตโนมัติ เมื่อที่ชาร์จกับรถยนต์ไฟฟ้าถูกเชื่อมต่อกันจะแชร์ข้อมูลระหว่างกันและสามารถรับรู้ได้ว่าต้องการที่จะชาร์จแบตหรือจ่ายไฟฟ้าออกไป ลองคิดภาพว่าในช่วงที่ทุกคนกำลังเปิดแอร์พร้อมๆกันทั้งเมือง รถเราก็จะจ่ายไฟฟ้าออกไป จะทำให้ค่าไฟของเราลดลงแล้วเราก็ค่อยมาชารต์รถใหม่ในตอนที่ค่าไฟกลับมาถูกแล้วหลังช่วงพีค มันคือการซื้อถูกขายแพงนั่นเองและก็ถือว่าเป็นการลงทุนขนาดเล็กด้วยเช่นกัน

ประวัติความเป็นมาและตัวอย่างจริง

แนวคิดนี้ริเริ่มโดยศาสตราจารย์ Willett Kempton ในปี 2001 และ Nissan คือผู้นำตัวจริงในการนำไปใช้จริง 

  • ในปี 2018 Nissan LEAF คันหนึ่งในเยอรมนีสามารถหาเงินได้ราว 20 ยูโรต่อสัปดาห์ 
  • ในปี 2021 Nissan LEAF คันหนึ่งในสหรัฐอเมริกาทำรายได้จาก V2G ได้สูงถึง 4,200 ดอลลาร์ในฤดูร้อนเพียงฤดูเดียว 
  • ในเยอรมนีเมื่อปี 2023 เมื่อโรงไฟฟ้าขัดข้อง ซอฟต์แวร์อัจฉริยะดึงพลังงานจากรถไฟฟ้าที่จอดนิ่งกว่า 4,500 คัน เพื่อจ่ายไฟให้บ้านกว่า 20,000 หลังได้สำเร็จ
  • BMW ในเยอรมนีที่พบว่าการใช้ V2H สามารถสร้างรายได้ให้เจ้าของรถได้ถึง 300 ยูโรต่อปี

ประเภทของ V2G ที่ควรรู้ 

ประเภทของ V2G มี 5 รูปแบบได้แก่

  1. V2G แบบส่งพลังงานกลับสู่โครงข่ายไฟฟ้าสาธารณะและเจ้าของรถจะได้ค่าตอบแทน
  2. V2H จะส่งพลังงานกลับไปให้บ้านโดยตรง เปรียบเสมือนกับเครื่องปั่นไฟฉุกเฉิน
  3. V2B จะใช้กับสำนักงานใหญ่ๆเป็นการ Backup  หรือ ลดความต้องการใช้ไฟในช่วงพีค
  4. V2V เป็นการชาร์จให้กับรถอีกคันได้
  5. V2L คือการชาร์จให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าโดยตรง

ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้หัวข้อ Vehicle-Grid Integration (VGI)

อนาคตของค่ายรถที่กำลังจะมาถึง

ปัจจุบันมีค่ายรถหลายเจ้าที่จะนำเทคโนโลยีนี้เข้ามาในระบบรถยนต์ไฟฟ้าภายในปี 2026 ไม่ว่าจะเป็น Nissan LEAF, Ford F-150 Lightning, Kia EV6 และอื่นๆอีกมากมาย แม้แต่ Tesla ก็ยังนำระบบนี้เข้ามาแล้วใน Model 3 แต่ยังไม่ได้เปิดใช้งานเพราะยังไม่สมบูรณ์ Mitsubishi ถือเป็นผู้บุกเบิกในกลุ่มนี้มาหลายปีแล้ว และได้ถ่ายทอดความรู้ไปยัง Renault และ Nissan

ประโยชน์ของ V2G

เจ้าของรถสามารถประหยัดค่าไฟได้ถึง 50% ต่อปี จากการศึกษาของ Colorado Energy Office ประเมินว่ารถแต่ละคันที่เชื่อมต่อ V2G จะสร้างประโยชน์ให้ผู้ใช้ไฟฟ้าได้ถึง 600 ดอลลาร์ตลอดอายุการใช้งาน สำหรับระบบไฟฟ้าโดยรวมช่วยรักษาสมดุลและลดโอกาสไฟดับด้วย ในสหรัฐอเมริกามีรถไฟฟ้าประมาณ 2.1 ล้านคัน ซึ่งมันคือพลังงานไฟฟ้าที่สูงถึง 126 กิกะวัตต์-ชั่วโมงเมื่อนำมาใช้ใน V2G

ความท้าทายที่ยังต้องแก้ 

ถึงแม้ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพสูงแต่ว่าก็ยังมีอุปสรรคอยู่ในเรื่องของ ราคาเครื่องชาร์จแบบสองทิศทางที่แพง การชาร์จและปล่อยไฟบ่อยๆ อาจจะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมได้ไวขึ้น ยังไม่มีค่าตอบแทนที่ชัดเจนเพราะระบบ V2G ไม่ได้เหมือนกับโซลาร์หรือแบตเตอรี่สำรอง รวมถึงกฎหมายในแต่ละประเทศยังไม่ได้รองรับการเข้ามาของ V2G และการจัดการความเป็นส่วนตัวของข้อมูลในบริษัทไฟฟ้ากับผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ที่ต้องคำนึงถึง

อนาคตที่รถของคุณกลายเป็นโรงไฟฟ้า

V2G ไม่ได้เป็นแค่เทคโนโลยีสำหรับคนที่ใช่รถ EV เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวิถีที่โลกต้องผลิต สะสม และใช้พลังงาน รถยนต์จอดนิ่งอยู่ถึง 95% ของเวลาทั้งหมด V2G จะเปลี่ยนรถเหล่านั้นให้กลายเป็นโรงไฟฟ้าและเมื่อผู้ผลิตรถ บริษัทไฟฟ้า และรัฐบาลร่วมมือกันอย่างจริงจัง รถคันที่จอดอยู่หน้าบ้านคุณอาจกลายเป็นสินทรัพย์พลังงานที่ทรงคุณค่าที่สุดในบ้านก็เป็นได้

บทความที่เกี่ยวข้อง

V2G คืออะไร? คู่มือง่ายๆ สู่อนาคตของพลังงาน

ค้นพบว่าตัวชี้วัดความสามารถในการควบคุมและความสามารถในการสังเกตทําให้การทดสอบวงจรเป็นเรื่องง่ายและมีประสิทธิภาพได้อย่างไร

นักเขียนบทความ
by 
นักเขียนบทความ
V2G คืออะไร? คู่มือง่ายๆ สู่อนาคตของพลังงาน

V2G คืออะไร? คู่มือง่ายๆ สู่อนาคตของพลังงาน

ค้นพบว่าตัวชี้วัดความสามารถในการควบคุมและความสามารถในการสังเกตทําให้การทดสอบวงจรเป็นเรื่องง่ายและมีประสิทธิภาพได้อย่างไร

ลองนึกภาพว่ามีรถยนต์ไฟฟ้าจอดที่ไว้โดยที่แบตเตอรี่ยังเต็มอยู่ แต่แทนที่จะจอดทิ้งไว้อย่างงั้น มันสามารถส่งไฟฟ้ากลับมาที่บ้านหรือแหล่งที่จ่ายไฟฟ้ามาได้ นี่แหละคือเทคโนโลยี V2G ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ “ผู้รับ” เพียงอย่างเดียวแต่สามารถเป็น “ผู้ให้” ได้อีกด้วย

V2G คืออะไร?

V2G ย่อมาจาก Vehicle-to-Grid เป็นเทคโนโลยีที่สามารถทำให้รถยนต์ไฟฟ้ารับและจ่ายไฟฟ้าได้จากระบบ โดยปกติแล้วไฟฟ้าจะวิ่่งได้เพียงแค่ทิศทางเดียวคือการรับ ดังนั้นการมีระบบนี้จะทำให้รถยนต์ไฟฟ้าเป็นแหล่งพลังงานได้ สมมติว่าถ้าในช่วงค่ำบ้านคุณใช้ไฟมากในช่วงนี้ คุณสามารถใช้ไฟฟ้าจากรถ EV มาทดแทนได้ อีกทั้งขนาดแบตเตอรี่ของโซลาร์ที่ติดบ้านทั่วไปถึง 6 เท่า

หลักการทำการของ V2G

ระบบ V2G จะใช้ 3 ส่วนประกอบหลักๆ คือ รถยนต์ไฟฟ้า เครื่องชาร์จแบบสองทิสทาง และโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะที่จะคอยช่วยจัดการพลังงานอัตโนมัติ เมื่อที่ชาร์จกับรถยนต์ไฟฟ้าถูกเชื่อมต่อกันจะแชร์ข้อมูลระหว่างกันและสามารถรับรู้ได้ว่าต้องการที่จะชาร์จแบตหรือจ่ายไฟฟ้าออกไป ลองคิดภาพว่าในช่วงที่ทุกคนกำลังเปิดแอร์พร้อมๆกันทั้งเมือง รถเราก็จะจ่ายไฟฟ้าออกไป จะทำให้ค่าไฟของเราลดลงแล้วเราก็ค่อยมาชารต์รถใหม่ในตอนที่ค่าไฟกลับมาถูกแล้วหลังช่วงพีค มันคือการซื้อถูกขายแพงนั่นเองและก็ถือว่าเป็นการลงทุนขนาดเล็กด้วยเช่นกัน

ประวัติความเป็นมาและตัวอย่างจริง

แนวคิดนี้ริเริ่มโดยศาสตราจารย์ Willett Kempton ในปี 2001 และ Nissan คือผู้นำตัวจริงในการนำไปใช้จริง 

  • ในปี 2018 Nissan LEAF คันหนึ่งในเยอรมนีสามารถหาเงินได้ราว 20 ยูโรต่อสัปดาห์ 
  • ในปี 2021 Nissan LEAF คันหนึ่งในสหรัฐอเมริกาทำรายได้จาก V2G ได้สูงถึง 4,200 ดอลลาร์ในฤดูร้อนเพียงฤดูเดียว 
  • ในเยอรมนีเมื่อปี 2023 เมื่อโรงไฟฟ้าขัดข้อง ซอฟต์แวร์อัจฉริยะดึงพลังงานจากรถไฟฟ้าที่จอดนิ่งกว่า 4,500 คัน เพื่อจ่ายไฟให้บ้านกว่า 20,000 หลังได้สำเร็จ
  • BMW ในเยอรมนีที่พบว่าการใช้ V2H สามารถสร้างรายได้ให้เจ้าของรถได้ถึง 300 ยูโรต่อปี

ประเภทของ V2G ที่ควรรู้ 

ประเภทของ V2G มี 5 รูปแบบได้แก่

  1. V2G แบบส่งพลังงานกลับสู่โครงข่ายไฟฟ้าสาธารณะและเจ้าของรถจะได้ค่าตอบแทน
  2. V2H จะส่งพลังงานกลับไปให้บ้านโดยตรง เปรียบเสมือนกับเครื่องปั่นไฟฉุกเฉิน
  3. V2B จะใช้กับสำนักงานใหญ่ๆเป็นการ Backup  หรือ ลดความต้องการใช้ไฟในช่วงพีค
  4. V2V เป็นการชาร์จให้กับรถอีกคันได้
  5. V2L คือการชาร์จให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าโดยตรง

ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้หัวข้อ Vehicle-Grid Integration (VGI)

อนาคตของค่ายรถที่กำลังจะมาถึง

ปัจจุบันมีค่ายรถหลายเจ้าที่จะนำเทคโนโลยีนี้เข้ามาในระบบรถยนต์ไฟฟ้าภายในปี 2026 ไม่ว่าจะเป็น Nissan LEAF, Ford F-150 Lightning, Kia EV6 และอื่นๆอีกมากมาย แม้แต่ Tesla ก็ยังนำระบบนี้เข้ามาแล้วใน Model 3 แต่ยังไม่ได้เปิดใช้งานเพราะยังไม่สมบูรณ์ Mitsubishi ถือเป็นผู้บุกเบิกในกลุ่มนี้มาหลายปีแล้ว และได้ถ่ายทอดความรู้ไปยัง Renault และ Nissan

ประโยชน์ของ V2G

เจ้าของรถสามารถประหยัดค่าไฟได้ถึง 50% ต่อปี จากการศึกษาของ Colorado Energy Office ประเมินว่ารถแต่ละคันที่เชื่อมต่อ V2G จะสร้างประโยชน์ให้ผู้ใช้ไฟฟ้าได้ถึง 600 ดอลลาร์ตลอดอายุการใช้งาน สำหรับระบบไฟฟ้าโดยรวมช่วยรักษาสมดุลและลดโอกาสไฟดับด้วย ในสหรัฐอเมริกามีรถไฟฟ้าประมาณ 2.1 ล้านคัน ซึ่งมันคือพลังงานไฟฟ้าที่สูงถึง 126 กิกะวัตต์-ชั่วโมงเมื่อนำมาใช้ใน V2G

ความท้าทายที่ยังต้องแก้ 

ถึงแม้ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพสูงแต่ว่าก็ยังมีอุปสรรคอยู่ในเรื่องของ ราคาเครื่องชาร์จแบบสองทิศทางที่แพง การชาร์จและปล่อยไฟบ่อยๆ อาจจะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมได้ไวขึ้น ยังไม่มีค่าตอบแทนที่ชัดเจนเพราะระบบ V2G ไม่ได้เหมือนกับโซลาร์หรือแบตเตอรี่สำรอง รวมถึงกฎหมายในแต่ละประเทศยังไม่ได้รองรับการเข้ามาของ V2G และการจัดการความเป็นส่วนตัวของข้อมูลในบริษัทไฟฟ้ากับผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ที่ต้องคำนึงถึง

อนาคตที่รถของคุณกลายเป็นโรงไฟฟ้า

V2G ไม่ได้เป็นแค่เทคโนโลยีสำหรับคนที่ใช่รถ EV เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวิถีที่โลกต้องผลิต สะสม และใช้พลังงาน รถยนต์จอดนิ่งอยู่ถึง 95% ของเวลาทั้งหมด V2G จะเปลี่ยนรถเหล่านั้นให้กลายเป็นโรงไฟฟ้าและเมื่อผู้ผลิตรถ บริษัทไฟฟ้า และรัฐบาลร่วมมือกันอย่างจริงจัง รถคันที่จอดอยู่หน้าบ้านคุณอาจกลายเป็นสินทรัพย์พลังงานที่ทรงคุณค่าที่สุดในบ้านก็เป็นได้

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Suspendisse varius enim in eros elementum tristique. Duis cursus, mi quis viverra ornare, eros dolor interdum nulla, ut commodo diam libero vitae erat. Aenean faucibus nibh et justo cursus id rutrum lorem imperdiet. Nunc ut sem vitae risus tristique posuere.

บทความที่เกี่ยวข้อง

V2G คืออะไร? คู่มือง่ายๆ สู่อนาคตของพลังงาน

V2G คืออะไร? คู่มือง่ายๆ สู่อนาคตของพลังงาน

ค้นพบว่าตัวชี้วัดความสามารถในการควบคุมและความสามารถในการสังเกตทําให้การทดสอบวงจรเป็นเรื่องง่ายและมีประสิทธิภาพได้อย่างไร

Lorem ipsum dolor amet consectetur adipiscing elit tortor massa arcu non.

ลองนึกภาพว่ามีรถยนต์ไฟฟ้าจอดที่ไว้โดยที่แบตเตอรี่ยังเต็มอยู่ แต่แทนที่จะจอดทิ้งไว้อย่างงั้น มันสามารถส่งไฟฟ้ากลับมาที่บ้านหรือแหล่งที่จ่ายไฟฟ้ามาได้ นี่แหละคือเทคโนโลยี V2G ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ “ผู้รับ” เพียงอย่างเดียวแต่สามารถเป็น “ผู้ให้” ได้อีกด้วย

V2G คืออะไร?

V2G ย่อมาจาก Vehicle-to-Grid เป็นเทคโนโลยีที่สามารถทำให้รถยนต์ไฟฟ้ารับและจ่ายไฟฟ้าได้จากระบบ โดยปกติแล้วไฟฟ้าจะวิ่่งได้เพียงแค่ทิศทางเดียวคือการรับ ดังนั้นการมีระบบนี้จะทำให้รถยนต์ไฟฟ้าเป็นแหล่งพลังงานได้ สมมติว่าถ้าในช่วงค่ำบ้านคุณใช้ไฟมากในช่วงนี้ คุณสามารถใช้ไฟฟ้าจากรถ EV มาทดแทนได้ อีกทั้งขนาดแบตเตอรี่ของโซลาร์ที่ติดบ้านทั่วไปถึง 6 เท่า

หลักการทำการของ V2G

ระบบ V2G จะใช้ 3 ส่วนประกอบหลักๆ คือ รถยนต์ไฟฟ้า เครื่องชาร์จแบบสองทิสทาง และโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะที่จะคอยช่วยจัดการพลังงานอัตโนมัติ เมื่อที่ชาร์จกับรถยนต์ไฟฟ้าถูกเชื่อมต่อกันจะแชร์ข้อมูลระหว่างกันและสามารถรับรู้ได้ว่าต้องการที่จะชาร์จแบตหรือจ่ายไฟฟ้าออกไป ลองคิดภาพว่าในช่วงที่ทุกคนกำลังเปิดแอร์พร้อมๆกันทั้งเมือง รถเราก็จะจ่ายไฟฟ้าออกไป จะทำให้ค่าไฟของเราลดลงแล้วเราก็ค่อยมาชารต์รถใหม่ในตอนที่ค่าไฟกลับมาถูกแล้วหลังช่วงพีค มันคือการซื้อถูกขายแพงนั่นเองและก็ถือว่าเป็นการลงทุนขนาดเล็กด้วยเช่นกัน

ประวัติความเป็นมาและตัวอย่างจริง

แนวคิดนี้ริเริ่มโดยศาสตราจารย์ Willett Kempton ในปี 2001 และ Nissan คือผู้นำตัวจริงในการนำไปใช้จริง 

  • ในปี 2018 Nissan LEAF คันหนึ่งในเยอรมนีสามารถหาเงินได้ราว 20 ยูโรต่อสัปดาห์ 
  • ในปี 2021 Nissan LEAF คันหนึ่งในสหรัฐอเมริกาทำรายได้จาก V2G ได้สูงถึง 4,200 ดอลลาร์ในฤดูร้อนเพียงฤดูเดียว 
  • ในเยอรมนีเมื่อปี 2023 เมื่อโรงไฟฟ้าขัดข้อง ซอฟต์แวร์อัจฉริยะดึงพลังงานจากรถไฟฟ้าที่จอดนิ่งกว่า 4,500 คัน เพื่อจ่ายไฟให้บ้านกว่า 20,000 หลังได้สำเร็จ
  • BMW ในเยอรมนีที่พบว่าการใช้ V2H สามารถสร้างรายได้ให้เจ้าของรถได้ถึง 300 ยูโรต่อปี

ประเภทของ V2G ที่ควรรู้ 

ประเภทของ V2G มี 5 รูปแบบได้แก่

  1. V2G แบบส่งพลังงานกลับสู่โครงข่ายไฟฟ้าสาธารณะและเจ้าของรถจะได้ค่าตอบแทน
  2. V2H จะส่งพลังงานกลับไปให้บ้านโดยตรง เปรียบเสมือนกับเครื่องปั่นไฟฉุกเฉิน
  3. V2B จะใช้กับสำนักงานใหญ่ๆเป็นการ Backup  หรือ ลดความต้องการใช้ไฟในช่วงพีค
  4. V2V เป็นการชาร์จให้กับรถอีกคันได้
  5. V2L คือการชาร์จให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าโดยตรง

ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้หัวข้อ Vehicle-Grid Integration (VGI)

อนาคตของค่ายรถที่กำลังจะมาถึง

ปัจจุบันมีค่ายรถหลายเจ้าที่จะนำเทคโนโลยีนี้เข้ามาในระบบรถยนต์ไฟฟ้าภายในปี 2026 ไม่ว่าจะเป็น Nissan LEAF, Ford F-150 Lightning, Kia EV6 และอื่นๆอีกมากมาย แม้แต่ Tesla ก็ยังนำระบบนี้เข้ามาแล้วใน Model 3 แต่ยังไม่ได้เปิดใช้งานเพราะยังไม่สมบูรณ์ Mitsubishi ถือเป็นผู้บุกเบิกในกลุ่มนี้มาหลายปีแล้ว และได้ถ่ายทอดความรู้ไปยัง Renault และ Nissan

ประโยชน์ของ V2G

เจ้าของรถสามารถประหยัดค่าไฟได้ถึง 50% ต่อปี จากการศึกษาของ Colorado Energy Office ประเมินว่ารถแต่ละคันที่เชื่อมต่อ V2G จะสร้างประโยชน์ให้ผู้ใช้ไฟฟ้าได้ถึง 600 ดอลลาร์ตลอดอายุการใช้งาน สำหรับระบบไฟฟ้าโดยรวมช่วยรักษาสมดุลและลดโอกาสไฟดับด้วย ในสหรัฐอเมริกามีรถไฟฟ้าประมาณ 2.1 ล้านคัน ซึ่งมันคือพลังงานไฟฟ้าที่สูงถึง 126 กิกะวัตต์-ชั่วโมงเมื่อนำมาใช้ใน V2G

ความท้าทายที่ยังต้องแก้ 

ถึงแม้ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพสูงแต่ว่าก็ยังมีอุปสรรคอยู่ในเรื่องของ ราคาเครื่องชาร์จแบบสองทิศทางที่แพง การชาร์จและปล่อยไฟบ่อยๆ อาจจะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมได้ไวขึ้น ยังไม่มีค่าตอบแทนที่ชัดเจนเพราะระบบ V2G ไม่ได้เหมือนกับโซลาร์หรือแบตเตอรี่สำรอง รวมถึงกฎหมายในแต่ละประเทศยังไม่ได้รองรับการเข้ามาของ V2G และการจัดการความเป็นส่วนตัวของข้อมูลในบริษัทไฟฟ้ากับผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ที่ต้องคำนึงถึง

อนาคตที่รถของคุณกลายเป็นโรงไฟฟ้า

V2G ไม่ได้เป็นแค่เทคโนโลยีสำหรับคนที่ใช่รถ EV เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวิถีที่โลกต้องผลิต สะสม และใช้พลังงาน รถยนต์จอดนิ่งอยู่ถึง 95% ของเวลาทั้งหมด V2G จะเปลี่ยนรถเหล่านั้นให้กลายเป็นโรงไฟฟ้าและเมื่อผู้ผลิตรถ บริษัทไฟฟ้า และรัฐบาลร่วมมือกันอย่างจริงจัง รถคันที่จอดอยู่หน้าบ้านคุณอาจกลายเป็นสินทรัพย์พลังงานที่ทรงคุณค่าที่สุดในบ้านก็เป็นได้

Related articles